หลังคาบ้านที่เสื่อมสภาพหรือชำรุด อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อโครงสร้างและทรัพย์สินภายในบ้านได้ การตรวจสอบและแก้ไขอย่างทันท่วงทีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยสามารถเริ่มต้นวิธีเช็กหลังคาบ้านเสื่อมสภาพได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ทั้งจากภายนอกและภายในบ้าน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมและการทรุดโทรมที่อาจตามมา
หลังคาบ้าน เป็นองค์ประกอบของบ้านที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องบ้านจากสภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นฝนตก พายุรุนแรง มีแดด หรือลมแรง ซึ่งหลังคาบ้านที่สมบูรณ์และแข็งแรงจะช่วยให้คน สัตว์เลี้ยง และสิ่งของที่อยู่ในบ้านปลอดภัยและเป็นสุข แต่หากหลังคาบ้านเสื่อมสภาพหรือชำรุด ก็อาจจะทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยและยังทำให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงได้เช่นเดียวกัน
Table of Contents
- ปัญหาหลังคาบ้านเสื่อมสภาพที่พบบ่อย พร้อมวิธีแก้ไข
- วิธีเช็กหลังคาบ้านเสื่อมสภาพด้วยตัวเอง
- เลือก ROOVTECT ลดปัญหาน้ำรั่วซึมหลังคาส่วนต่อเติมหลังคาหน้าบ้านและโรงจอดรถ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลังคาบ้านเสื่อมสภาพ (FAQs)

ปัญหาหลังคาบ้านเสื่อมสภาพที่พบบ่อย พร้อมวิธีแก้ไข
สำหรับปัญหาหลังคาบ้านเสื่อมสภาพและชำรุดทรุดโทรม มีทั้งส่วนที่เป็นหลังคาเดิมและส่วนที่ต่อเติม โดยปัญหาที่พบบ่อยมีดังต่อไปนี้
ปัญหาหลังคาบ้านเดิม
กระเบื้องแตกหรือหลุดร่วง
มักเกิดจากลมแรงหรือฝนฟ้าคะนอง ส่งผลให้กระเบื้องแตกหรือหลุดออกจากกันได้ง่ายเมื่อเกิดฝนตกหนักหรือลมแรง น้ำสามารถรั่วซึมผ่านรอยต่อได้
วิธีแก้ไข
- เปลี่ยนกระเบื้องที่ชำรุด การเปลี่ยนกระเบื้องที่มีรอยแตกหรือหลุดออก เพื่อป้องกันน้ำรั่วและเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลังคา
- ตรวจสอบระบบรอยต่อ ให้ช่างมาตรวจสอบรอยต่อระหว่างกระเบื้องและวัสดุที่ใช้ในหลังคา เพื่อป้องกันการรั่วซึมในอนาคต
สันหลังคาและครอบเสื่อมสภาพ
หากสกรูหลวมหรือซีลยางหมดอายุ เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำฝนอาจไหลย้อนกลับเข้าสู่โครงสร้าง ทำให้เกิดการรั่วซึมในส่วนที่ไม่คาดคิด หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจจะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องโครงสร้างตามมา
วิธีแก้ไข
- เปลี่ยนซีลยางหรือสกรูที่หลวม ควรตรวจเช็กสกรูและซีลยางอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าเสื่อมสภาพให้รีบเปลี่ยนเพื่อป้องกันความเสียหาย
- ติดตั้งวัสดุกันน้ำย้อน เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับเข้าสู่โครงสร้างบ้าน
โครงหลังคาเป็นสนิมหรือโครงสร้างไม้ผุ
เกิดจากความชื้นที่สะสมตามกาลเวลา โดยเฉพาะไม่ทำความสะอาดรางน้ำอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้ใบไม้ไปอุดตัน ระบายน้ำได้ไม่ดี เกิดน้ำขัง ก็จะทำให้หลังคาเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น
วิธีแก้ไข
- ทำความสะอาดรางน้ำเป็นประจำ ป้องกันการเกิดน้ำขังและไม่สามารถระบายออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ซ่อมแซมโครงหลังคาที่เสียหาย หากพบว่าโครงหลังคาเป็นสนิม หรือไม้ผุ ควรรีบซ่อมแซมหรือเปลี่ยนโครงหลังคาโดยเร็วที่สุด
ปัญหาหลังคาต่อเติม (โรงรถ/หน้าบ้าน)
รอยต่อระหว่างหลังคาเดิมกับส่วนต่อเติมไม่แนบสนิท
อันเนื่องมาจากการติดตั้งไม่ดีหรือใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสม ทำให้น้ำรั่วซึมได้ โดยเฉพาะเวลาที่ฝนตกหนัก
วิธีแก้ไข
- ปรับปรุงการติดตั้ง ใช้วัสดุที่เหมาะสมและปิดรอยต่อให้แนบสนิทในทุกจุด ป้องกันปัญหาการรั่วซึม
- ใช้ซีลยางคุณภาพสูง ช่วยลดการรั่วซึมจากรอยต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความลาดชันไม่เหมาะสม
การออกแบบหลังคาที่ลาดชันไม่เหมาะสมทำให้การระบายน้ำไม่ดี น้ำขัง และรั่วซึมได้ง่าย
วิธีแก้ไข
- ปรับความลาดชันหลังคา ให้ระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น โดยให้หลังคาลาดเอียงไปยังท่อระบายน้ำในองศาที่เหมาะสม
- ติดตั้งระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ระบบระบายน้ำทำงานได้ดี ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน
วัสดุไม่แมตช์กัน
ใช้วัสดุหลังคาที่ต่อเติมไม่สัมพันธ์กับหลังคาเดิมของบ้าน เมื่อเกิดการขยายตัวในจังหวะที่แตกต่างกัน ก็ทำให้เกิดการรั่วซึมได้
วิธีแก้ไข
- เลือกวัสดุที่เข้ากันได้ การเลือกวัสดุที่สามารถขยายตัวหรือปรับตัวได้ตามจังหวะเดียวกันจะช่วยป้องกันปัญหาการแยกตัวของวัสดุ
- ปรับการติดตั้งวัสดุ ตรวจสอบการติดตั้งให้มั่นคงและแนบสนิท เพื่อป้องกันการรั่วซึม

วิธีเช็กหลังคาบ้านเสื่อมสภาพด้วยตัวเอง
หลายคนอาจจะคิดว่าการเช็กหลังคาบ้านเสื่อมสภาพต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว เจ้าของบ้านสามารถเช็กได้เบื้องต้นด้วยตัวเอง หากพบว่ามีความผิดปกติ ก็ค่อยเรียกผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและซ่อมแซม เพื่อความปลอดภัย โดยสามารถดำเนินการได้ดังนี้
เช็กจากด้านนอก
- มองจากมุมสูงของบ้าน หรือจากบ้านฝั่งตรงข้าม หรือใช้โดรนบินถ่ายรูป แล้วสังเกตแนวหลังคาให้ครบทั้งแผ่น หากพบว่ามีส่วนที่ แอ่น หรือ เบี้ยว หรือกระเบื้องแตกและหลุดหรือมีสีซีดผิดปกติ ให้รีบตรวจสอบ
- ตรวจเช็กรอยต่อหลังคา ซึ่งมักเป็นจุดที่มีโอกาสเกิดรั่วซึมได้มาก หากพบจุดที่สงสัย ควรทดสอบด้วยการฉีดน้ำหรือเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดู
เช็กจากด้านในบ้าน
- สังเกตฝ้าเพดานและผนัง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หากพบ คราบน้ำ หรือวงด่าง ที่เกิดจากการรั่วซึมของน้ำที่มีความชื้นสะสมหรือกลิ่นอับ บริเวณผนังหรือฝ้าเพดาน ให้รีบตรวจสอบโดยละเอียด
- ทดสอบจำลองฝนตก ในช่วงที่อากาศแห้ง ให้ฉีดน้ำด้วยสายยางบริเวณหลังคา เพื่อช่วยหาจุดรั่วซึม และตรวจสอบเพื่อซ่อมแซมก่อนช่วงฝนตกหนัก
เลือก ROOVTECT ลดปัญหาน้ำรั่วซึมหลังคาส่วนต่อเติมหลังคาหน้าบ้านและโรงจอดรถ
หากคุณต้องการต่อเติมหลังคาหน้าบ้าน หรือต่อเติมหลังคาโรงจอดรถที่ทนทาน ไม่ต้องซ่อมแซมบ่อย ๆ และช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมอย่างมีประสิทธิภาพ ROOVTECT พร้อมให้คำปรึกษาและบริการออกแบบหลังคาที่ตอบโจทย์การใช้งาน พร้อมทั้งให้บริการติดตั้งอย่างมืออาชีพ มีวัสดุหลังคาให้เลือกหลากหลายทั้งชินโคไลท์, โพลีตัน และไวนิล ที่สำคัญ เรามีทีมวิศวกรและสถาปนิกมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบหลังคาเพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งานของคุณ ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและการติดตั้งที่ตรงตามมาตรฐาน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอคำปรึกษาได้ที่เบอร์ 02-096-3464 หรือ LINE: @roovtect
ข้อมูลอ้างอิง
- 6 จุด หลังคารั่วซึม ที่พบบ่อย พร้อมวิธีแก้ไม่ให้กลับมารั่วอีกบ่อยๆ. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 จาก https://www.toagroup.com/th/blogs/toa-tips-how-to/111/roofseal-toa
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลังคาบ้านเสื่อมสภาพ (FAQs)
Q : หลังคาบ้านเสื่อมสภาพควรซ่อมแซมเฉพาะจุด หรือเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดดีกว่ากัน?
A : การตัดสินใจขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและอายุการใช้งานของหลังคา หากปัญหาเป็นเพียงเล็กน้อยและเกิดขึ้นในจุดที่จำกัด เช่น กระเบื้องแตกหรือมีรอยต่อรั่วซึมที่ชัดเจน การซ่อมแซมเฉพาะจุดก็เพียงพอและประหยัดกว่า แต่หากโครงสร้างหลังคาเริ่มมีสนิม ผุพัง หรือเกิดปัญหาซ้ำซ้อนหลายจุดทั่วหลังคา การเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า
Q : ควรตรวจเช็กหลังคาบ้านบ่อยแค่ไหน ?
A : เพื่อเป็นการป้องกัน ควรตรวจเช็กหลังคาบ้านด้วยตัวเองเบื้องต้นอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ฤดูฝนและหลังฤดูฝนผ่านไป ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดความเสียหายได้ง่าย หากเป็นไปได้ควรให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบอย่างละเอียดทุก 3-5 ปี เพื่อตรวจสอบจุดที่มองไม่เห็นหรือเข้าถึงยาก เช่น สันหลังคา ซีลยาง และโครงสร้างภายใน
Q : หากพบรอยน้ำรั่วซึมเล็กน้อยบนฝ้าเพดานควรทำอย่างไร ?
A : อันดับแรกคือพยายามหาจุดที่น้ำรั่วซึมจากหลังคาด้านบนให้เร็วที่สุด โดยใช้การสังเกตจากด้านนอก หรือทดสอบจำลองฝนตก หากระบุตำแหน่งที่ชัดเจนได้แล้ว ควรรีบติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการซ่อมแซมและแก้ไขทันที เพื่อป้องกันความชื้นสะสมที่จะนำไปสู่ปัญหาโครงสร้าง เชื้อรา หรือความเสียหายที่ใหญ่ขึ้นในระยะยาว

