5 อาการหลังคาชำรุด ซ่อมก่อนสาย ปฏิบัติงานปลอดภัยชัวร์

ช่างก่อสร้างกำลังซ่อมแซมหลังคาโรงงานที่เสื่อมสภาพ

หลังคาโรงงานชำรุดมักไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่เริ่มจากปัจจัยสะสม เช่น น้ำฝนรั่วซึม การบิดตัวของวัสดุ การสึกกร่อนจากสภาพอากาศ รอยแตกร้าวจากอายุการใช้งาน และการกัดกร่อนจากสารเคมี ซึ่งล้วนส่งผลให้หลังคาโรงงานเสื่อมสภาพรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สัญญาณเตือนสำคัญ ได้แก่ แผ่นหลังคาโก่ง ผุเป็นรู รอยต่อและสกรูหลวม รางน้ำอุดตัน และฝ้าเพดานมีคราบน้ำ หากผู้ประกอบการรู้เท่าทันสาเหตุและอาการเหล่านี้ พร้อมตรวจเช็กอย่างเป็นระบบ จะช่วยตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมว่าควรซ่อมหรือเปลี่ยนหลังคา เพื่อลดความเสี่ยงต่อการหยุดสายการผลิต ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องจักร และประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Table of Contents

การตรวจสอบและบำรุงรักษาหลังคาโรงงาน เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การดำเนินงานในโรงงานเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะปัญหาหลังคาโรงงานที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพนักงาน รวมถึงการทำงานและการผลิตสินค้า ดังนั้น การรู้จักสัญญาณเตือนและการตัดสินใจซ่อมแซมหรือเปลี่ยนหลังคานั้น เป็นสิ่งที่ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายระยะยาวได้

5 ปัจจัยสำคัญ ทำให้หลังคาโรงงานชำรุด

หลังคาโรงงาน คือหนึ่งในโครงสร้างที่ทำงานหนักที่สุดของอาคาร ต้องเผชิญทั้งแดด ฝน ความร้อน ความชื้น และสภาพแวดล้อมเฉพาะทางของโรงงานตลอดทั้งปี เมื่อเวลาผ่านไป ย่อมแสดงอาการหลังคาชำรุดให้เห็นทีละนิด ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากปัจจัยเหล่านี้

1. การรั่วซึมของน้ำฝน

จุดเริ่มต้นของปัญหาส่วนใหญ่คือน้ำเข้า ซึมผ่านรอยต่อ แผ่นหลังคา สันหลังคา ตะเข้สัน หรือแนวยิงสกรู เมื่อมีน้ำซึมซ้ำ ๆ จะเกิดวงจรความเสียหายต่อเนื่อง เช่น ฉนวนชื้น เกิดสนิมใต้แผ่น โครงสร้างเสื่อม ร้ายแรงที่สุดคือทำให้หลังคาถล่มลงมาได้

2. การบิดตัวหรือยุบตัวของวัสดุ

แผ่นหลังคาหรือโครงแปที่เริ่มอ่อนแอจากอายุการใช้งาน การรับน้ำหนักเกินพิกัด หรือการติดตั้งระยะแปไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดอาการแอ่น โก่ง บิดงอ จนเกิดช่องว่างตามรอยต่อและจุดยึด ส่งผลให้หลังคารั่วง่ายขึ้น

3. การสึกกร่อนจากสภาพอากาศ

แดดจัด ฝนหนัก ความชื้นสูง ลมแรง และการเปลี่ยนอุณหภูมิขึ้นลงทุกวัน ทำให้วัสดุขยายหรือหดตัว กระทบต่อแผ่นหลังคา สกรู ซีล และรอยต่อ ยิ่งในพื้นที่ใกล้ทะเลหรือพื้นที่ฝุ่นเยอะ ผิวเคลือบเสื่อมไวขึ้น โอกาสเกิดสนิมและรอยรั่วจึงสูงขึ้นเช่นกัน

4. รอยแตกร้าวและรอยเชื่อม

หลังคาโรงงานที่ใช้งานมาเป็นเวลานานอาจเกิดรอยร้าวตามแนวแผ่นหรือรอยเชื่อมของโครงสร้าง นอกจากนี้ บางโรงงานยังมีงานต่อเติมที่ต้องเจาะผ่านหลังคาเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มความเสี่ยงการเกิดรอยร้าวได้ง่ายขึ้น

5. การกัดกร่อนจากสารเคมี

หลายโรงงานมีไอระเหยหรือฝุ่นสารเคมี เช่น กรด ด่าง สารทำความสะอาด ควันจากกระบวนการผลิต ที่เป็นตัวเร่งการกัดกร่อนผิวโลหะและทำให้ชั้นเคลือบเสื่อมเร็วขึ้น จึงควรเลือกวัสดุหลังคาที่มีความทนทานสูง เหมาะกับสภาพแวดล้อม เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน

อาการหลังคาโรงงานชำรุดที่ควรระวังและต้องซ่อมแซม

การสังเกตอาการหลังคาชำรุดควรดูจากทั้งด้านบนและภายในอาคาร เพราะแม้ว่ามองจากด้านบน วัสดุหลังคายังดูแข็งแรง ไม่มีปัญหาอะไร แต่ภายในอาจเริ่มมีความชื้นสะสมแล้ว โดยอาการที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

แผ่นหลังคาโก่ง บิดงอ หรือตกท้องช้าง

เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างรับน้ำหนักเริ่มมีปัญหา สังเกตได้จากแนวแผ่นหลังคาที่ไม่เรียบ เส้นสันแผ่นหลังคาผิดรูป หรือมีแอ่งน้ำบนหลังคาหลังฝนตก หากปล่อยไว้อาจเสี่ยงต่อการทรุดหรือหลุดในช่วงลมแรงได้

กระเบื้องหรือวัสดุมุงหลังคาแตกร้าว ผุเป็นรู

พบได้บ่อยในแผ่นหลังคาที่ใช้นานเกินอายุการใช้งานที่ผู้ผลิตแนะนำ ทำให้หลังคาเป็นสนิม ผุเป็นรู หรือแตกร้าว ส่งผลให้น้ำฝนซึมผ่านได้ง่าย ถ้าเริ่มเห็นรอยผุกระจายตัวอยู่หลายตำแหน่ง มักเป็นสัญญาณว่าควรซ่อมแซมทั้งหมดโดยด่วน

รอยต่อและสกรูหลวม

จุดยิงสกรูคือหนึ่งในจุดที่มีปัญหาน้ำรั่วซึมเยอะที่สุด เมื่อยางเสื่อม สกรูคลาย หรือซีลแตกลาย น้ำจะซึมตามเกลียวได้ง่าย เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงควรตรวจจุดยึดและซีลอย่างละเอียดก่อนรับมอบงานหลังคาจากผู้รับเหมา

รางน้ำฝนอุดตัน

คราบตะกอน ใบไม้ ฝุ่น รวมถึงเศษวัสดุสะสม เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ระบายไม่ทัน น้ำจึงเอ่อล้นเข้ารอยต่อหรือย้อนขึ้นใต้แผ่นหลังคา เพิ่มความเสี่ยงการเกิดสนิมและน้ำขังจนทำให้หลังคาเสียหายในระยะยาวได้

ฝ้าเพดานเปลี่ยนสีหรือมีคราบน้ำ

เป็นอาการหลังคาชำรุดที่ฟ้องว่าด้านในของหลังคากำลังมีปัญหา แม้จะยังไม่เห็นรอยรั่วจากด้านบนก็ตาม หากเริ่มสังเกตเห็นว่าฝ้าเพดานเปลี่ยนสี มีคราบน้ำ ซึมเป็นดวง หรือโป่งพอง แสดงว่าใต้หลังคามีน้ำรั่วซึมอย่างต่อเนื่อง ควรรีบแก้ปัญหาก่อนความเสียหายจะลุกลาม

หลังคามีรอยแตกร้าว หนึ่งในอาการหลังคาโรงงานชำรุดที่ควรซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน

หลังคาโรงงานเสื่อมสภาพ ควรซ่อมหรือควรเปลี่ยนดี ?

หัวใจสำคัญของการตัดสินใจว่า คุณควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนหลังคาโรงงานที่เสื่อมสภาพดี คือการแยกแยะว่าอาการหลังคาชำรุดที่พบ เป็นปัญหาเฉพาะจุดหรือปัญหาทั้งระบบ เพราะการซ่อมแซมเฉพาะจุดจะคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อวัสดุโดยรวมยังใช้งานได้ดี และโครงสร้างหลังคายังไม่เสียหายเท่านั้น

กรณีที่สามารถซ่อมแซมเฉพาะจุดได้

  • เกิดรอยแตกร้าวขนาดเล็ก หรือมีจุดรั่วเฉพาะที่ไม่กี่ตำแหน่ง สามารถแก้ได้ที่ต้นทางของรอยแตก อาจเปลี่ยนแผ่นหลังคาบริเวณนั้นหรืออุดรอยรั่วด้วยวัสดุที่เหมาะสม แล้วทดสอบอีกครั้งว่ายังรั่วหรือไม่
  • ซีลสกรูเสื่อม รอยต่อหลวม แต่แผ่นยังสมบูรณ์ ควรเปลี่ยนยางรองหรือยิงสกรูใหม่ และทำระบบซีลให้ถูกวิธี ลดความเสี่ยงรั่วซ้ำ

กรณีที่ควรเปลี่ยนหลังคาทั้งระบบ

  • มีสนิมและแผ่นผุหลายจุด แสดงว่าหลังคาเริ่มเข้าสู่ภาวะเสื่อมทั้งระบบ ซ่อมเฉพาะจุดมักไม่จบ ควรประเมินเปลี่ยนเป็นโซนหรือทั้งหมดจะคุ้มค่ากว่า
  • แผ่นโก่งหรือตกท้องช้าง เป็นปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างโดยตรง จำเป็นต้องตรวจโดยวิศวกร และมักต้องออกแบบหลังคาใหม่ให้ปลอดภัยกว่าเดิม
  • อายุการใช้งานมากและรั่วซ้ำ ๆ สะท้อนว่าระบบโดยรวมเสื่อมเกินเยียวยา ควรวางแผนเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย ป้องกันเกิดอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติงาน

วิธีเช็กหลังคาโรงงานเสื่อมสภาพ ทำเองได้ ป้องกันความเสียหายระยะยาว

อย่ารอจนถึงวันที่ปัญหาหลังคาโรงงานชำรุดก่อให้เกิดความเสียหายเกินควบคุม ควรหมั่นตรวจเช็กหลังคาตามแนวทางเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ตรวจสอบสภาพแผ่นหลังคา : มองหารอยโก่ง สนิม รูผุ และรอยต่อ โดยเน้นแนวสันหลังคาและจุดต่อเติมต่างระดับ หากพบจุดชำรุด ควรทำแผนผังตำแหน่งรั่ว เพื่อดูว่าเป็นซ้ำตำแหน่งเดิมหรือกระจายเพิ่มหรือไม่
  • ตรวจสอบภายในอาคาร : สำรวจฝ้า ผนัง และโครงสร้างเหล็กในช่วงฝนตกหรือหลังฝนหยุด เพื่อดูคราบน้ำ กลิ่นอับ และร่องรอยความชื้น
  • ตรวจสอบระบบระบายน้ำ : เช็กรางน้ำ ท่อ และความลาดเอียง เพื่อป้องกันน้ำขังและการไหลย้อน รวมทั้งควรล้างตะกอนและเศษวัสดุสม่เสมอ เพราะหากรางระบายตัน อาจทำให้น้ำล้นย้อนและเร่งการเสื่อมของรอยต่อได้

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการต่อเติมหลังคาโรงงานหรืออาคารต่าง ๆ ให้มั่นใจและแข็งแรง ทนทาน ไม่ต้องกังวลกับปัญหาหลังคารั่วซึม ที่ ROOVTECT เรามีบริการรับออกแบบและติดตั้งหลังคาโดยวิศวกรและสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณได้รับหลังคาที่เหมาะสมกับการใช้งาน พร้อมรับประกันคุณภาพงานก่อสร้างและโครงสร้างแบบได้มาตรฐาน

ขอใบเสนอราคาได้ทางเว็บไซต์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอคำปรึกษาในการต่อเติมหลังคาโรงงานได้ที่ ROOVTECT โทร. 02-096-3464 หรือ LINE: @roovtect

ข้อมูลอ้างอิง

NRCA Manual of Roof Inspections. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 จาก [https://www.scribd.com/document/720727570/NRCA-Manual-of-Roof-Inspections]

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาหลังคาโรงงานชำรุด (FAQs)

Q : ควรตรวจเช็กสภาพหลังคาโรงงานบ่อยแค่ไหน ?

A : โดยทั่วไปควรตรวจสภาพหลังคาโรงงานอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง และเพิ่มความถี่ก่อนเข้าฤดูฝนหรือหลังเจอสภาพอากาศรุนแรง แม้ว่าโรงงานจะไม่เคยมีประวัติหลังคารั่วก็ตาม

Q : ก่อนและหลังซ่อมแซม จำเป็นต้องให้วิศวกรตรวจหลังคาโรงงานหรือไม่ ?

A: จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพบอาการโก่งหรือโครงสร้างผิดรูป เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาคารโดยตรง

Q : หากวางแผนเปลี่ยนหลังคาโรงงาน ควรเริ่มต้นจากอะไรเป็นอันดับแรก ?

A : ควรเริ่มจากการสำรวจหน้างานและประเมินสภาพโครงสร้างเดิม เพื่อออกแบบระบบหลังคาใหม่ให้เหมาะกับการใช้งานและงบประมาณของโรงงานในระยะยาว