สรุปสาระสำคัญ
การกู้เงินรีโนเวทบ้าน เป็นทางเลือกที่ช่วยให้สามารถปรับปรุงที่อยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องใช้เงินเก็บก้อนใหญ่ในครั้งเดียว โดยผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมมีหลากหลาย ตั้งแต่สินเชื่อบ้านเพื่อต่อเติมที่ดอกเบี้ยต่ำและผ่อนได้ยาว สินเชื่อบ้านแลกเงินสำหรับบ้านที่ปลอดภาระ ไปจนถึงการรีไฟแนนซ์เพื่อขอวงเงินเพิ่ม หัวใจสำคัญคือการเตรียมเอกสารรายได้ให้พร้อม ควบคู่กับใบเสนอราคาและแบบแปลนจากบริษัทรับต่อเติมบ้านที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ธนาคารประเมินวงเงินได้แม่นยำและอนุมัติผ่านได้ง่ายขึ้น ช่วยให้โปรเจกต์การมีบ้านใหม่ในพื้นที่เดิมมีแต่ความราบรื่น
Table of Contents
- การกู้รีโนเวทบ้าน มีแบบไหนบ้าง ?
- ตารางสรุปเปรียบเทียบสินเชื่อรีโนเวทบ้านประเภทต่าง ๆ
- เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับการกู้รีโนเวทบ้าน
- เลือก ROOVTECT เป็นพาร์ตเนอร์ในการต่อเติมบ้านในฝันของคุณ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกู้เงินรีโนเวทบ้าน (FAQs)
“บ้าน” เมื่อผ่านกาลเวลาก็ย่อมต้องการการดูแลรักษา หรือบางครั้งไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปก็ทำให้เราอยากปรับเปลี่ยนพื้นที่เดิมให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมครัวเพื่อรองรับครอบครัวที่ขยายใหญ่ขึ้น หรือการรีโนเวทบ้านเก่าให้กลับมาดูทันสมัยสไตล์มินิมอล แต่คำถามสำคัญที่ตามมาเสมอคือ งบประมาณ หลายคนกังวลว่าหากไม่มีเงินก้อนใหญ่จะทำได้ไหม ? ในความเป็นจริงแล้ว การกู้เงินรีโนเวทบ้านเป็นทางเลือกที่ดี และมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินรองรับหลากหลายรูปแบบ เพียงแค่เราเข้าใจประเภทของสินเชื่อและเตรียมตัวให้ถูกจุด การมีบ้านใหม่ในพื้นที่เดิมก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
การกู้รีโนเวทบ้าน มีแบบไหนบ้าง ?
การกู้เงินเพื่อนำมารีโนเวทบ้าน สามารถขอสินเชื่อได้หลากหลายแบบ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสินเชื่อ โดยหลัก ๆ แล้วจะมีสินเชื่อบ้านที่ให้กู้เงินรีโนเวทบ้าน ดังนี้
สินเชื่อบ้านเพื่อต่อเติม/รีโนเวท (ใช้บ้านค้ำประกัน)
ในกรณีที่ต้องการรีโนเวทบ้านสเกลใหญ่ หรือทำครั้งเดียวไปเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานโครงสร้าง เพิ่มชั้น หรือขยายพื้นที่บ้าน ที่ใช้งบหลักหลายแสนไปจนถึงหลักล้านบาท โดยเป็นการขอกู้โดยใช้โฉนดบ้านหรือที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
- วงเงินที่ปล่อยกู้ มักจะอยู่ราว 70-90% ของราคาประเมิน รวมกับภาระหนี้เดิม (ถ้ายังมีอยู่)
- ข้อดี อัตราดอกเบี้ยเป็นแบบลดต้นลดดอก (MLR/MRR) ซึ่งมักจะถูกกว่าสินเชื่อประเภทอื่น และระยะเวลาผ่อนนานถึง 10-30 ปี ช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนไม่เป็นภาระจนเกินไป
สินเชื่อบ้านแลกเงิน
ทางเลือกสำหรับคนมีบ้านปลอดภาระหรือผ่อนหมดแล้ว สามารถนำโฉนดมาจำนองเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินก้อนมาใช้รีโนเวทได้ทันที
- วงเงินที่ปล่อยกู้ มักได้ 80-90% ของราคาประเมิน
- ข้อดี ดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อบุคคลมาก และขั้นตอนไม่ซับซ้อน ไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินก้อนใหญ่เพื่อปรับปรุงบ้านทั้งหลัง หรือต้องการทุนสำรองไว้ใช้ในธุรกิจไปพร้อมกัน
รีไฟแนนซ์และขอวงเงินเพิ่ม
สำหรับใครที่ยังผ่อนบ้านอยู่และผ่อนมาแล้วเกิน 3 ปี การรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารใหม่เพื่อลดดอกเบี้ยก้อนเดิม พร้อมกับขอวงเงินกู้เพิ่ม (Top-up) สำหรับการกู้ตกแต่งบ้านเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก
- วงเงินที่ปล่อยกู้ สูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 80-90% ของราคาประเมินบ้านในปัจจุบัน โดยคำนวณรวมกับยอดหนี้คงเหลือเดิม
- ข้อดี ได้ดอกเบี้ยบ้านก้อนเดิมที่ถูกลง และได้เงินส่วนต่างออกมาใช้ต่อเติมโรงจอดรถหรือตกแต่งภายใน โดยที่ยอดผ่อนต่อเดือนอาจใกล้เคียงกับของเดิม ทำให้บริหารจัดการเงินได้ง่ายขึ้น
สินเชื่อส่วนบุคคล
หากเป็นแค่การซ่อมแซมเล็กน้อย หรือตกแต่งแบบ Built-in บางจุดในงบหลักหมื่นถึงแสนต้น ๆ สินเชื่อประเภทนี้ตอบโจทย์ที่สุด
- วงเงินที่ปล่อยกู้ ประมาณ 5 เท่าของรายได้ (เงื่อนไขและวงเงินเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)
- ข้อดี ไม่ต้องใช้บ้านค้ำประกัน อนุมัติไว แม้ดอกเบี้ยจะสูงกว่าแบบอื่น แต่ก็ช่วยให้เริ่มงานได้ทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนประเมินหลักทรัพย์ที่ยุ่งยาก
หมายเหตุ : อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่แต่ละธนาคารกำหนด ควรสอบถามธนาคารหรือผู้ให้บริการสินเชื่อก่อนตัดสินใจ
ตารางสรุปเปรียบเทียบสินเชื่อรีโนเวทบ้านประเภทต่าง ๆ
เพื่อให้เข้าใจง่าย เรามีตารางสรุปเปรียบเทียบสินเชื่อบ้าน เพื่อนำเงินมารีโนเวท ดังนี้
| ประเภทสินเชื่อ | หลักทรัพย์ค้ำประกัน | อัตราดอกเบี้ย | ระยะเวลาผ่อนชำระ | เหมาะสำหรับ |
| สินเชื่อบ้านเพื่อต่อเติม | บ้านที่กู้ | ต่ำ (ใกล้เคียงกู้ซื้อบ้าน) | นานสุด 30-40 ปี | งานโครงสร้าง, รีโนเวทสเกลใหญ่ |
| สินเชื่อบ้านแลกเงิน | บ้านที่ผ่อนหมดแล้ว | ปานกลาง (4-7% ต่อปี) | นานสูงสุด 30 ปี | ต้องการเงินก้อนใหญ่, ดอกเบี้ยถูก ไม่ต้องการโอนกรรมสิทธิ์ |
| รีไฟแนนซ์ และขอกู้เพิ่ม | บ้านที่ยังผ่อนอยู่ | ต่ำ ตามโปรโมชันของธนาคาร | ต่อเนื่องจากยอดเดิม | ผ่อนบ้านเกิน 3 ปี อยากลดดอกเบี้ยและต้องการส่วนต่างมารีโนเวทบ้าน |
| สินเชื่อส่วนบุคคล | ไม่มี | สูง (สูงสุด 25% ต่อปี) | 1-5 ปี | งานตกแต่งเล็กน้อย งานบิลต์อิน |

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับการกู้รีโนเวทบ้าน
ในการขอสินเชื่อให้อนุมัติเร็วและราบรื่น ควรจะเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและเรียบร้อย โดยสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของธนาคาร ซึ่งมักจะมีเอกสารอยู่ 3 ส่วน ดังนี้
- เอกสารส่วนตัว ได้แก่ บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
- เอกสารแสดงรายได้ ได้แก่ สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน, Statement ธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน
- เอกสารเกี่ยวกับงานรีโนเวท ได้แก่
- สำเนาโฉนดที่ดินหน้า-หลัง
- แบบแปลนที่ต้องการรีโนเวทหรือต่อเติม
- ใบเสนอราคา (BOQ) จากผู้รับเหมาหรือบริษัท รับต่อเติมบ้าน
- ใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร ในกรณีที่เป็นงานโครงสร้างใหญ่
เลือก ROOVTECT เป็นพาร์ตเนอร์ในการต่อเติมบ้านในฝันของคุณ
หากคุณกำลังมองหาพาร์ตเนอร์ที่จะช่วยให้โปรเจกต์รีโนเวทบ้านเป็นจริง ROOVTECT พร้อมให้บริการรับต่อเติมบ้านแบบครบวงจร เราเข้าใจดีว่าการกู้เงินรีโนเวทบ้านต้องการความชัดเจน ทีมงานของเราจึงพร้อมช่วยจัดทำใบเสนอราคาที่ละเอียด แม่นยำ และมีมาตรฐาน เพื่อให้คุณนำไปประกอบการยื่นกู้กับธนาคารได้แบบสบาย ๆ
เปลี่ยนบ้านเก่าให้กลับมามีชีวิตชีวา ด้วยงานคุณภาพจากทีมวิศวกรและช่างมืออาชีพที่ใส่ใจทุกรายละเอียด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอคำแนะนำได้ที่เว็บไซต์ ROOVTECT หรือติดต่อเราโดยตรงที่เบอร์ 02-096-3464 หรือ LINE OA: @roovtect
ข้อมูลอ้างอิง
- รวมสิ่งที่ต้องรู้ก่อนกู้สินเชื่อต่อเติมบ้าน. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 จาก https://blog.ghbank.co.th/home-renovation-loan/
- สินเชื่อ GSB บ้านแลกเงิน กู้สูงสุด 10 ล้านบาท บ้านอยู่ครบ. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 จาก https://www.gsb.or.th/personals/home4cash/#section3
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกู้เงินรีโนเวทบ้าน (FAQs)
A : สามารถกู้ได้ แต่ธนาคารอาจประเมินมูลค่าหลักทรัพย์เข้มงวดกว่าบ้านปูนล้วน โดยมักจะเน้นที่มูลค่าที่ดินเป็นหลัก และงานรีโนเวทควรมีแบบแปลนที่แสดงให้เห็นถึงการเสริมโครงสร้างที่แข็งแรงและได้มาตรฐานชัดเจน
A : ขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อ โดยปกติสินเชื่อประเภทกู้เพื่อต่อเติม ธนาคารจะจ่ายเงินเป็นงวดงาน (Tranche) ตามความคืบหน้าที่วิศวกรของธนาคารมาประเมิน เช่น งวดแรกหลังเซ็นสัญญา, งวดที่สองหลังโครงสร้างเสร็จ ดังนั้น อาจจะต้องเตรียมเงินสำรองส่วนหนึ่งไว้สำหรับเริ่มงานงวดแรกด้วย แต่หากว่าเป็นสินเชื่อบ้านแลกเงินจะเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ และให้เงินเป็นก้อนใหญ่ตอนอนุมัติ
A : หากเป็นการต่อเติมเล็กน้อยที่ไม่กระทบโครงสร้างหลัก เช่น งาน Built-in หรือปูกระเบื้องใหม่ มักไม่ต้องใช้ใบอนุญาต แต่ถ้ามีการขยายพื้นที่ กั้นห้องเพิ่ม หรือทำหลังคาโรงจอดรถขนาดใหญ่ ธนาคารส่วนใหญ่จะขอใบอนุญาตดัดแปลงอาคารจากเขตหรือเทศบาลประกอบการยื่นกู้ด้วย
A : ในทางทฤษฎีทำได้ แต่ยุ่งยากมาก เพราะยอดเงินกู้อ้างอิงตามใบเสนอราคาของผู้รับเหมาเจ้าแรกที่ส่งธนาคาร หากเปลี่ยนเจ้าใหม่แล้วงบประมาณเปลี่ยน คุณอาจต้องยื่นเรื่องปรับปรุงวงเงินหรือยื่นเอกสารใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้งานล่าช้ากว่าเดิม แนะนำให้เลือกผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้ตั้งแต่แรกจะดีกว่า


